ว่าด้วยมูลค่า ความงาม และความดี
posted on 05 Nov 2007 04:30 by chocolatencashmere in Beauty, Books
งามดีไหม ถ้าถามฉันล่ะก็ นี่แหละความงามในอุดมคติ สะอึกตรงที่เธอเป็นตัวนางละครคาบุกินี่สิ พูดอีกทีเธอก็เป็นผู้ชาย แถมให้อีกนิดว่า ที่แต่งงานมีครอบครัว รูปนี้เป็นโปสเตอร์ภาพยนตร์ ตอนไปฉายที่เมืองนอกไม่มีใครรู้ว่านางเอกไม่ใช่ผู้หญิง คิดอีกทีก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกมากนัก ก็ลีจุงกิใน The King and The Clown อันนั้นก็งามเหนือความคาดหมายเหมือนกัน แต่ขนาดที่ถ้าไม่บอกจะไม่รู้เลยหรือเปล่าว่าเป็นผู้ชายนี่ก็ไม่แน่ใจ
ท่านผู้นี้เป็นรุ่นก่อนของบันโด ทามาซาบุโร่คนปัจจุบัน ตอนมาแสดงที่นิวยอร์ค นิวยอร์คไทมส์ลงข่าวว่าที่ญี่ปุ่นเธอดังประหนึ่งร็อคสตาร์ อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจริงไหม ที่แน่ๆไม่มีบิลบอร์ดดาราคาบุกิแถวชิบุย่า ยกเว้นว่าจะโฆษณาน้ำชาเป็นงานเสริม แต่ก็อาจจะเป็นความดังที่แตกต่าง ถึงไม่มีบิลบอร์ดแปะตามตึก แต่มีสินค้าพรีเมียมชิ้นละหลายแสนที่แฟนๆแย่งกันซื้อก็แล้วกัน หรือไม่อีกทีก็อาจจะเปรียบเทียบไปอย่างนั้นแหละ เหมือนที่ว่าอลัน กรีนสแปน ดังประหนึ่งดาราฮอลลีวู้ด เป็นคำอุปมาอุปมัยอย่าไปคิดจริงจัง
รุ่นปัจจุบันก็งามไม่แพ้กัน พอดูวีดิโอด้วยแล้วก็อึ้ง เธองามจริงยิ่งเทพนฤมิตมากค่ะ เธออายุสามสิบสามแล้ว ยังหุ่นสาวน้อยอยู่เลย (แล้วทำไมน้องพีขาไม่ใช่แบบนี้บ้าง) ดูไม่เป็นว่าอย่างนี้เรียกว่าเป็นคาบุกิที่ดีหรือเปล่า แต่ดูแค่เงาร่างเธอฉันก็พอใจแล้ว นักวิจารณ์ก็เขียนว่าด้วยความที่เธองามเหลือเกิน คนดูส่วนใหญ่ก็มาดูเธอเพราะเธองาม ไม่ได้สนใจศิลปะเท่าไหร่นัก ทั้งที่รำของเธอสวยมาก ฉันว่าการมีอยู่ของเธอก็เป็นศิลปะพออยู่แล้วล่ะ เพราะว่าเป็นอะไรที่ฝืนธรรมชาติเหลือเกินหรือเปล่านะ ถึงได้รู้สึกว่างามขนาดนี้
ยังคงอ่าน Blank Slate ของ Steven Pinker อยู่ ถ้าเดือนนี้ยังอ่านไม่จบจะไม่อ่านแล้ว อ่านไปถึงตอนที่ว่าด้วยการพัฒนาการของสมองและ moral sense ไอเดียสำคัญก็คือด้วยความที่สมองเราเกิดวิวัฒนาการอย่างมีนัยยะสำคัญในโลกที่พ้นสมัยไปหลายพันปีแล้ว แต่เวลาสองสามพันปี ไม่มีความหมายกับวิวัฒนาการ พูดง่ายๆก็คือสมองยังปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ไม่ทันนั้นเอง คุณคนเขียนเรียกสถานการณ์สมองปรับตัวไม่ทันนี้ว่า the root of tragedies เช่นที่คนเราเครียดแล้วลงพุง เพราะเครียดแล้วร่างกายจะสร้างไขมันที่หน้าท้อง เป็นแบบนี้ก็เพราะเมื่อก่อนลักษณะนี้แหละที่ช่วยให้เรารอดตาย นัยว่าเมื่อก่อนคนเราจะเครียดก็ต่อเมื่อไม่มีอะไรจะกินเท่านั้น นี่จึงเป็นคุณสมบัติดีงามที่ผ่านการเลือกสรรมาแล้วให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่สมัยนี้ที่มีกินแต่กินไม่ได้ เครียดแล้วลงพุงเป็นลักษณะน่ารังเกียจที่ถ้าตัดต่อยีนกันได้คงมีคนอยากเอาออกไม่น้อย เหตุกับผลสลับกัน กลายเป็นว่าลงพุงก็เลยเครียดมากกว่า เกิดวงจรนรก อ้วนแล้วเครียด เครียดแล้วก็เลยยิ่งอ้วน
เรื่องของเรื่องที่อยากจะเขียนก็คือว่าคุณคนเขียนบอกว่าสมองคนเรามักจะสับสนความงามกับความดี ความสกปรกกับความเลว คุณคนเขียนว่านี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เจ้าหญิงไดอาน่ากลายเป็น saint ไปในใจของหลายๆคน เป็นหนึ่งใน knee-jerk reaction ที่คนเรามักจะไม่ค่อยหยุดคิดไตร่ตรองให้ดี คล้ายๆกับที่เขียนอยู่ใน Blink ตอนที่ว่าด้วย stereotype
อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างมาก เรื่องที่ว่าด้วยความงามกับความดี โดยส่วนตัวเป็นคนหลงรูปหัวปักหัวปำ และก็เข้าข้างคนหน้าตาดีเอาไว้ก่อน ทำนองหน้าตาดีทำอะไรก็ไม่ผิด อีกอย่างที่เห็นด้วยก็คือ the Physical Fallacy คนมักจะคิดว่ามูลค่าของสิ่งของอยู่ที่คุณสมบัติของมัน ไม่ใช่อุปสงค์กับอุปทาน เป็นเพราะยุคโบราณไม่มีใครทำหน้าที่ match demand and supply ความเข้าใจส่วนนี้เลยไม่ได้มีพร้อมอยู่แล้วในสมอง ทำให้เกิดอาการเกลียดชังพ่อค้าคนกลางที่ร่ำรวยขึ้นมาจากการทำหน้าที่ที่มีประโยชน์ยิ่งต่อสังคม คุณคนเขียนเสนอว่าควรให้นักเรียนเรียนเศรษฐศาสตร์ในไฮสคูล เพื่อจะได้นำความรู้ไปสยบสัญชาตญาณดั้งเดิม
By the way, today is a relatively good day. I met a 30 year old girl who is doing her master degree. Maybe I'm not too old after all.
#1 By knights of gemini on 2007-11-05 07:03