Inkheart

posted on 19 Dec 2007 10:22 by chocolatencashmere  in Books

เพิ่งอ่าน Inkheart ฉบับคุณวัชรวิชญ์แปลจบ สนุกเกินคาดมาก ไม่ได้อ่านทั้งหนังสือ young adult และหนังสือแปลมานานพอควร YA เล่มล่าสุดคือ Harry Potter เล่มสุดท้าย ที่คนอ่านกันทั้งบ้านทั้งเมืองจนไม่รู้จะจำกัดว่า YA หรือเปล่า หนังสือแปลเล่มล่าสุดนี่ก็หลายปีมากแล้ว รู้สึกจะเป็น Davinci Code

Inkheart เป็นเรื่องของหนังสือในหนังสือ อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าคนเขียนคงรักหนังสือเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่อง คุณพ่อเป็นช่างซ่อมหนังสือ ที่พออ่านออกเสียงแล้วสามารถนำบางสิ่งออกมาจากหนังสือได้ ลูกสาวก็รักการอ่านมาก มีหีบหนังสือประจำตัวหนึ่งใบสำหรับตอนเดินทาง ที่คุณพ่อทำให้แล้วบอกว่า เวลาไปไหนไกลๆ มีหนังสือของตัวเองไปด้วยจะรู้สึกดีกว่า อ่านตอนนี้แล้วก็ อืม ฉันก็คงคิดอย่างนี้เหมือนกันนะ ถึงได้ต้องมีหนังสือติดตัวเกือบทุกเวลา แม้จะไม่สามารถถ่ายทอดเหตุผลออกมาด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยนขนาดนี้ก็เถอะ

เริ่องอยู่ที่ว่า (สปอยล์บ้างนะคะ แต่คงไม่มากกว่าที่ตัวอย่างหนังเรื่องนี้สปอยล์เท่าไหร่) คุณพ่ออ่านเอาตัวร้ายของหนังสือชื่อ Inkheart ออกมา ตัวร้ายต้องการใฃ้ความสามารถพิเศษนี้ของคุณพ่อเลยตามล่าตัว ญาติที่คุณพ่อหลบไปอยู่ด้วย ก็รักหนังสือมากเช่นกัน กำแพงทุกแห่งในบ้านทาบไว้ด้วยชั้นหนังสือ และยังมีห้องสมุดไว้เก็บหนังสือหายากล้ำค่าอีก หลบที่นี่แล้วก็ยังถูกตามเจอ ที่สุดเลยไปขอความช่วยเหลือจากผู้เขียนเรื่อง Inkheart โดยคนร้ายนึกไม่ถึงหมากตานี้ ในเรื่องอธิบายว่า เพราะคนเรามักจะนึกไปว่า ถ้าคนเขียนไม่แก่มากก็ตายไปแล้ว อ่านแล้วก็  ก็จริงนะ ตอนเด็กๆฉันก็คิดอย่างนี้แหละ แล้วก็เลิกคิดไปเมื่อตอนได้เจอคุณทมยันตีที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งหนึ่ง ได้ลายเซ็นมาด้วย แต่ก็รู้สึกว่า magic ของหนังสือจะลดไปบ้าง หลังจากได้รู้ว่าคนเขียนมีตัวตนจริง

หนังสือเล่มนี้น่ารักมาก ตรงที่มีความคิดน่ารักๆโผล่ออกมาแบบไม่รู้ตัว อย่างเช่นตอนที่เด็กคนหนึ่งถูกอ่านออกมาจากเรื่องพันหนึ่งราตรี เด็กคนนี้เข้าใจภาษาที่ตัวเอกพูดกันในเรื่อง เพราะว่าเรื่องพันหนึ่งราตรีน่ะ ถูกแปลเป็นทุกภาษา

คนเขียนมีเหตุผลน่ารักๆแบบนี้ซ่อนอยู่อีกหลายแห่ง พูดว่าซ่อนอยู่เพราะว่าไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่ทำให้เรื่องดำเนินไปหรอกนะ เป็นเหตุผลเล็กๆ เหตุผลที่ฟังดูแล้วเหมือนกับว่า ถ้าที่บ้านมีเด็กฉลาดๆสักคน คงได้ฟังเหตุผลแบบนี้บ่อย หรือไม่ก็เป็นเหตุผลชนิดที่คุณปู่ใจดีอธิบายให้หลานเล็กๆฟังเวลาเล่านิทาน

ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือแปล เพราะบางที บางประโยคอ่านเป็นภาษาไทย แล้วต้องแปลกลับไปอีกทีถึงจะเห็นภาพชัด อย่างเช่นเล่มนี้บรรยายลักษณะตัวร้ายว่า "ซีดเหมือนนม" นมก็เป็นสีขาวสิ ไม่ได้ซีดสักหน่อย ถ้าแปลกลับไปเป็น pale as milk แล้วก็จะรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ว่า เออ คง pale จริง

จะเรียกว่าแปลกลับไปก็คงไม่ถูก เพราะเล่มนี้ต้นฉบับเป็นภาษาเยอรมัน ถ้าจะอ่านก็ต้องอ่านฉบับแปลอยู่แล้ว จะแปลเป็นอังกฤษหรือไทยเท่านั้น

แต่อ่าน YA แปลเป็นไทยก็มีข้อดีอย่างหนึ่ง  ส่วนที่ยังเด็กของฉันคงเบิกบานกับภาษาแม่มากกว่า เป็นความยินดีที่ไม่ต้องแปล

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หนังสือแปลเรื่องล่าสุดที่ผมอ่านก็คือ The Da Vinci Code เหมือนกันครับ

#1 By Ripley on 2007-12-19 19:37

จะลองไปหามาอ่านมั่งค่ะ big smile

#2 By มุก on 2007-12-19 20:36

เป็นเรื่องที่น่าอ่านเรื่องนึงทีเดียวค่ะ
big smile
อยากอ่านเหมือนกันน่ะตอนเห็นหนังสืออ่ะ

แต่พอรู้ว่าทำเป็นหนังแล้ว ก็เลยรอดูหนังก่อน

รู้สึกจะเข้าฉายประมาณมีนา ปีหน้าด้วยล่ะ

อดใจอีกไม่นานbig smile

#4 By !!! L_[V]eeM :- on 2007-12-20 23:49