เพิ่งอ่าน Inkheart ฉบับคุณวัชรวิชญ์แปลจบ สนุกเกินคาดมาก ไม่ได้อ่านทั้งหนังสือ young adult และหนังสือแปลมานานพอควร YA เล่มล่าสุดคือ Harry Potter เล่มสุดท้าย ที่คนอ่านกันทั้งบ้านทั้งเมืองจนไม่รู้จะจำกัดว่า YA หรือเปล่า หนังสือแปลเล่มล่าสุดนี่ก็หลายปีมากแล้ว รู้สึกจะเป็น Davinci Code
Inkheart เป็นเรื่องของหนังสือในหนังสือ อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าคนเขียนคงรักหนังสือเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่อง คุณพ่อเป็นช่างซ่อมหนังสือ ที่พออ่านออกเสียงแล้วสามารถนำบางสิ่งออกมาจากหนังสือได้ ลูกสาวก็รักการอ่านมาก มีหีบหนังสือประจำตัวหนึ่งใบสำหรับตอนเดินทาง ที่คุณพ่อทำให้แล้วบอกว่า เวลาไปไหนไกลๆ มีหนังสือของตัวเองไปด้วยจะรู้สึกดีกว่า อ่านตอนนี้แล้วก็ อืม ฉันก็คงคิดอย่างนี้เหมือนกันนะ ถึงได้ต้องมีหนังสือติดตัวเกือบทุกเวลา แม้จะไม่สามารถถ่ายทอดเหตุผลออกมาด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยนขนาดนี้ก็เถอะ
เริ่องอยู่ที่ว่า (สปอยล์บ้างนะคะ แต่คงไม่มากกว่าที่ตัวอย่างหนังเรื่องนี้สปอยล์เท่าไหร่) คุณพ่ออ่านเอาตัวร้ายของหนังสือชื่อ Inkheart ออกมา ตัวร้ายต้องการใฃ้ความสามารถพิเศษนี้ของคุณพ่อเลยตามล่าตัว ญาติที่คุณพ่อหลบไปอยู่ด้วย ก็รักหนังสือมากเช่นกัน กำแพงทุกแห่งในบ้านทาบไว้ด้วยชั้นหนังสือ และยังมีห้องสมุดไว้เก็บหนังสือหายากล้ำค่าอีก หลบที่นี่แล้วก็ยังถูกตามเจอ ที่สุดเลยไปขอความช่วยเหลือจากผู้เขียนเรื่อง Inkheart โดยคนร้ายนึกไม่ถึงหมากตานี้ ในเรื่องอธิบายว่า เพราะคนเรามักจะนึกไปว่า ถ้าคนเขียนไม่แก่มากก็ตายไปแล้ว อ่านแล้วก็ ก็จริงนะ ตอนเด็กๆฉันก็คิดอย่างนี้แหละ แล้วก็เลิกคิดไปเมื่อตอนได้เจอคุณทมยันตีที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งหนึ่ง ได้ลายเซ็นมาด้วย แต่ก็รู้สึกว่า magic ของหนังสือจะลดไปบ้าง หลังจากได้รู้ว่าคนเขียนมีตัวตนจริง
หนังสือเล่มนี้น่ารักมาก ตรงที่มีความคิดน่ารักๆโผล่ออกมาแบบไม่รู้ตัว อย่างเช่นตอนที่เด็กคนหนึ่งถูกอ่านออกมาจากเรื่องพันหนึ่งราตรี เด็กคนนี้เข้าใจภาษาที่ตัวเอกพูดกันในเรื่อง เพราะว่าเรื่องพันหนึ่งราตรีน่ะ ถูกแปลเป็นทุกภาษา
คนเขียนมีเหตุผลน่ารักๆแบบนี้ซ่อนอยู่อีกหลายแห่ง พูดว่าซ่อนอยู่เพราะว่าไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่ทำให้เรื่องดำเนินไปหรอกนะ เป็นเหตุผลเล็กๆ เหตุผลที่ฟังดูแล้วเหมือนกับว่า ถ้าที่บ้านมีเด็กฉลาดๆสักคน คงได้ฟังเหตุผลแบบนี้บ่อย หรือไม่ก็เป็นเหตุผลชนิดที่คุณปู่ใจดีอธิบายให้หลานเล็กๆฟังเวลาเล่านิทาน
ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือแปล เพราะบางที บางประโยคอ่านเป็นภาษาไทย แล้วต้องแปลกลับไปอีกทีถึงจะเห็นภาพชัด อย่างเช่นเล่มนี้บรรยายลักษณะตัวร้ายว่า "ซีดเหมือนนม" นมก็เป็นสีขาวสิ ไม่ได้ซีดสักหน่อย ถ้าแปลกลับไปเป็น pale as milk แล้วก็จะรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ว่า เออ คง pale จริง
จะเรียกว่าแปลกลับไปก็คงไม่ถูก เพราะเล่มนี้ต้นฉบับเป็นภาษาเยอรมัน ถ้าจะอ่านก็ต้องอ่านฉบับแปลอยู่แล้ว จะแปลเป็นอังกฤษหรือไทยเท่านั้น
แต่อ่าน YA แปลเป็นไทยก็มีข้อดีอย่างหนึ่ง ส่วนที่ยังเด็กของฉันคงเบิกบานกับภาษาแม่มากกว่า เป็นความยินดีที่ไม่ต้องแปล
#1 By Ripley on 2007-12-19 19:37