karei naru ichizoku
posted on 04 Jan 2008 21:44 by chocolatencashmere in Seriesเข้าใจว่า karei naru ichizoku เป็นละครเรื่องล่าสุดของ คิมูระ ทาคุยะ ดูจบไปได้สองสามอาทิตย์แล้ว ชอบมากขนาดตั้งใจว่าจะดูอีกรอบ แต่ก็มีเรื่องที่ยังไม่ได้ดูกองอยู่ที่บ้านหลายเรื่อง ก็เลยเขียนถึงความประทับใจจากการดูรอบแรกก่อนแล้วกัน
เรื่องนี้ซื้อมาดูเพราะคิมูระ ทาคุยะเป็นพระเอก เปิดมาแผ่นแรกก็ดีเกินความคาดหมาย เป็นหนังที่เชือดเฉือนกันเข้มข้นสไตล์ฮ่องกง สมกับที่ชื่อไทยชื่อว่า เลือดล้างตระกูล
เรื่องเกิดขึ้นในญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และก่อนช่วงที่ญี่ปุ่นจะได้เป็นประเทศพัฒนาแล้ว จะพูดว่าเป็นช่วงสร้างประเทศก็คงได้ พระเอกเป็นลูกชายคนโตของตระกูลมังเปียว ชื่อมังเปียว เทปเป ที่บ้านเป็นตระกูลไซบัตสึที่ราวกับหลุดออกมาจาก textbook มีธนาคารเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรของตระกูล ไซบัตสึคือ conglomerate ในแบบญี่ปุ่น ในความเป็นจริง ตระกูลไซบัตสึใหญ่ๆเช่น มิตซูบิชิ มิตซุย เป็นเป้าหมายของนโยบายที่เรียกว่า zaibatsu kaitai หรือการทำลายอำนาจทางเศรษฐกิจในกำมือของตระกูลไซบัตสึ นโยบายนี้เป็นข้อเรียกร้องของอเมริกาหลังญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง ในเมื่อตระกูลมังเปียวของพระเอกไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายของนโยบายที่ว่า ทุกอย่างยังคงอยู่ใต้การควบคุมของคุณพ่อพระเอก เลยอนุมานเอาได้ว่าไซบัตสึของพระเอกคงไม่ได้ใหญ่ยักษ์ขนาดเกะกะลูกตานายพลแมคอาเธอร์ ซึ่งได้เข้ามาควบคุมญี่ปุ่นหลังพระจักรพรรดิประกาศยอมแพ้
มังเปียว ไดสุเกะ คุณพ่อของพระเอก เป็นผู้นำของตระกูล และเป็นประธานธนาคารศูนย์กลางของไซบัตสึ ธนาคารนี้แม้จะไม่ใช่ธนาคารเล็ก มียอดเงินฝากเป็นลำดับสิบสองของประเทศ แต่ก็ไม่ใหญ่พอที่จะยืนหยัดท้าลมฝนได้ในช่วงปีเจ็ดศูนย์ ในช่วงนั้นอเมริกาเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเปิดเสรีการเงิน กระทรวงการคลังเกรงว่าหากไม่ทำอะไรเลย ธนาคารต่างชาติอาจเข้าควบคุมภาคการเงินการธนาคารทั้งหมดของญี่ปุ่น เลยออกนโยบายให้ธนาคาร merge กัน เพื่อที่จะใหญ่พอจะแข่งขันกับธนาคารต่างชาติได้ แน่นอนว่าถ้าธนาคารของตระกูลถูกรวมไปเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารอื่น ไซบัตสึของตระกูลก็จะคงอยู่ต่อไปแบบเดิมไม่ได้ เป็นไปได้ว่าจะต้องล่มสลายลง เพื่อการณ์นี้ คุณพ่อของพระเอกจึงพยายามดิ้นรนทุกทาง เพื่อให้ธนาคารของตนเป็นผู้รวม ไม่ใช่ผู้ถูกรวม
คิตะโอจิ คินยะ แสดงเป็นมังเปียว ไดสุเกะ แสดงได้ดี มีคาริสมาสูงมาก ทั้งที่ซื้อมาละครเรื่องนี้มาเพื่อจะดูคิมูระ ทาคุยะ แต่พอได้ดูจริงๆแล้วกลับกลายเป็นว่าตั้งใจดูฉากที่มีคิตะโอจิ คินยะ มากกว่า
พระเอก มังเปียว เทปเป เป็นผู้บริหารของโรงงานแปรรูปเหล็กของตระกูล พระเอกมีพื้นฐานทางวิศวฯ เรียนจบมาจากอเมริกา มีความสามารถมากขนาดออกแบบชิ้นส่วนรถยนต์ที่สามารถส่งออกไปอเมริกาได้ สมัยนั้นญี่ปุ่นยังไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ สินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงมีไม่มากนัก พระเอกตั้งใจว่าจะช่วยสร้างประเทศด้วยความสามารถของตน
คนเก่งก็ย่อมมีคนอิจฉา โรงงานของพระเอกไม่มีเตาถลุงเหล็ก และบริษัทที่ส่งเหล็กให้โรงงานของพระเอกนั้นก็เป็นบริษัทคู่แข่ง วันดีคืนดีก็หยุดส่งวัตถุดิบให้เสียเฉยๆ พระเอกจึงตัดสินใจสร้างเตาถลุงเหล็กที่โรงงานของตัวเอง โดยอาศัยเงินทุนหลักจากธนาคารของตระกูล และอีกธนาคารหนึ่งที่มีคนรู้จักสนิทสนมกันสมัยอยู่อเมริกาเป็นประธาน
ต่อจากนี้ไปสปอยล์นะคะ
คุณพ่อของพระเอกดูค่อนข้างเย็นชากับพระเอก ออกปากกับลูกชายคนรองหลายครั้ง ทำนองว่าข้าเห็นเจ้าเป็นลูกชายคนเดียว แต่เหมือนจะเป็นการชดเชยกัน แม้พ่อจะไม่ค่อยรักพระเอกนัก คุณปู่ของพระเอก ผู้นำตระกูลรุ่นก่อน กลับรักเอาใจใส่พระเอกเป็นอย่างยิ่ง แถมยังมีหน้าตาและนิสัยคล้ายกัน คุณปู่นั้นรักพระเอกมากขนาดที่หมายมั่นปั้นมือให้พระเอกเป็นผู้นำตระกูลต่อไป สนับสนุนให้พระเอกไปบริหารโรงงานเหล็ก คุณพ่อพระเอกถามคุณปู่ว่า ในเมื่อจะให้เป็นผู้นำตระกูล ทำไมถึงไม่ให้พระเอกไปดูแลธนาคาร ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจของไซบัตสึ คุณปู่ตอบชนิดไม่รักษาน้ำใจ ว่างานธนาคารเป็นงานง่าย ให้คุณพ่อหรือน้องชายพระเอกทำก็ได้ แต่งานที่โรงงานเป็นงานยาก ถ้าไม่ใช่พระเอกคงรักษาไว้ไม่ได้
จากที่ตอนแรกๆนึกว่าคุณพ่อเมินพระเอกด้วยความอิจฉา ดูไปเรื่อยๆก็พอเข้าใจ ว่าเป็นเหตุผลที่convolutedกว่านั้น คุณพ่อสงสัยว่าพระเอกเป็นน้อง ไม่ใช่ลูกตัว คือสงสัยว่าพระเอกเป็นลูกที่เกิดจากภรรยา กับพ่อของตัวเอง ด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจในข้อนี้ คุณพ่อเลยมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งในบ้านเดียวกัน
ทั้งต้องการจะรักษาธนาคารไว้ และอาจจะด้วยความเกลียดชังพระเอกบ้างไม่มากก็น้อย คุณพ่อเลยกระทำการณ์ที่อาจจะเรียกได้ว่าหักหลังพระเอก ขายโรงงานเหล็กให้กับคู่แข่งไป ในที่สุดพระเอกก็ได้รู้ถึงข้อสงสัยว่าตนไม่ใช่ลูก ในสมัยนั้นตรวจดีเอ็นเอไม่ได้ ทำได้แต่เพียงตรวจกรุ๊ปเลือด เช็คกรุ๊ปเลือดแล้วปรากฏว่าทั้งคุณพ่อทั้งคุณปู่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นพ่อของพระเอกทั้งคู่ แต่เมื่อพระเอกไปถามคุณแม่ คุณแม่กลับออกปากเป็นทำนองว่า พระเอกเป็นลูกของคุณปู่
เมื่อพูดกันโต้งๆขนาดนี้แล้วก็ไม่มีอะไรให้เกรงใจอีกต่อไป พระเอกกับคุณพ่อสู้กันในศาล พระเอกชนะ แต่คุณพ่อตลบหลังนอกศาลได้สวยงามมาก ที่สุดพระเอกเสียโรงงานไป พระเอกรู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเภทภัยทั้งปวงในตระกูล ถ้าพระเอกไม่เกิดมา คุณพ่อก็คงไม่มีผู้หญิงอีกคน คงไม่ทรยศพระเอก ทำความเดือดร้อนให้ท่านประธานของอีกธนาคารที่ให้ความช่วยเหลือพระเอกมาตลอด คิดได้ดังนี้พระเอกเลยยิงตัวตาย ทิ้งจดหมายไว้ด้วยว่า ถึงวันนี้ คนเดียวที่ถือว่าเป็นพ่อก็คือมังเปียว ไดสุเกะ และหวังว่าคุณพ่อจะยิ้มให้สักครั้ง พล็อตพลิกอีกครั้ง ผลตรวจเลือดดั้งเดิมของพระเอกนั้นเป็นผลในช่วงสงคราม ซึ่งค่อนข้างมั่ว และมีการผิดพลาดบ้าง ผลตรวจเลือดในใบชันสูตรศพยืนยันว่าพระเอกเป็นลูกของคุณพ่อไม่ใช่คุณปู่ ตอนจบนี่น้ำตาไหลพรากขนาดต้องเอากล่องทิชชูมาไว้ข้างตัวเลยทีเดียว
ที่เด่นมากอีกคนในเรื่องคือผู้หญิงอีกคนของคุณพ่อ แสดงโดย ซุซุกิ เคียวคะ เธอเปิดตัวมาด้วยเดรสสไตล์ราชินีในเทพนิยาย งามเลิศอลังการ กลบรัศมีภรรยาหลวงได้มิด เธอรักคุณพ่อเป็นอย่างยิ่ง ทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อไซบัตสึนี้ แต่ที่สุด เมื่อพระเอกฆ่าตัวตาย คุณพ่อได้รู้ว่าความจริงพระเอกเป็นลูกแท้ๆ คุณพ่อก็ขอให้ผู้หญิงอีกคนออกจากบ้านไป ตอนนี้ก็น้ำตาไหลพรากไปพร้อมกับชื่นชม เพราะเมื่อคุณพ่อยื่นเช็คให้ คุณผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ทำท่านางเอกฉีกเช็คทิ้ง แต่ได้เชิดหน้ารับไว้แล้วบอกว่า จะคิดว่าเป็นค่าตอบแทนน้ำพักน้ำแรงหลายปีที่ผ่านมา
ที่ติดใจมากหลังดูจบก็คือ ทำไมพระเอกไม่โทษคุณปู่บ้างเลย ถ้าตัวเองเป็นเด็กที่เกิดจากพ่อสามีกับลูกสะใภ้จริง อันความบัดสีไม่น้อยนี้ ก็เกิดขึ้นเพราะคุณปู่ หรือจะถือประเพณี droit du seigneur ประมุขสามารถนอนกับเจ้าสาวของคนในปกครองได้ ได้อารมณ์แฟนฟิคประเภท pureblood Malfoy ลูเซียสกับเดรโก ดีมาก