the kind of flawless I wish I could be

posted on 10 Feb 2008 01:22 by chocolatencashmere  in Books
อยู่ดีๆก็นึกถึงเพลงเพลงนึงขึ้นมา ซูซูกิ ชิเกโกะ เป็นคนร้อง เพิ่งรู้ว่าอาจจะเป็นเพลงที่เธอแต่งเอง เนื่องจากพยายามหาเนื้อเพลงในเว็บแล้วไม่มี ประมาณว่า dying everything to the colors so beautiful เพลงอยู่ในเอ็มดี เครื่องเล่นเอ็มดีเจ๊งแล้วเลยฟังไม่ได้ เดี๋ยววันจันทร์ค่อยออกไปสั่งซีดี ชอบเสียงเธอมากเลยนะ ทั้งที่ปกติไม่ฟังเพลงแจ๊ส เคยดูสัมภาษณ์ เธอบอกว่าตอนร้องเพลงเธอรู้สึกเหมือนอยู่ในอ่างน้ำอุ่นๆ ฟังเพลงเธอแล้วก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน จะบอกว่ารู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยรัก ก็ไม่รู้ว่ารักเป็นยังไง เอาเป็นว่ารู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยน้ำอุ่น ในห้องน้ำที่จุดเทียนแทนเปิดไฟ แล้วก็กรุ่นกลิ่นน้ำมันหอมที่หวานกำลังดี


วันนี้เสิร์ชหาเนื้อเพลงเธอ เลยได้ไปเจอบล็อกที่เธอเขียน รู้สึกถึงความเป็นเธอมากเลย สักวันนึงฉันจะเป็นผู้หญิงแบบนี้ได้ไหมนะ ผู้หญิงอิสระ อบอุ่น เป็นตัวของตัวเอง ไม่เสแสร้ง และยินดีกับชีวิต ผู้หญิงที่เหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิ

บล็อกเธอก็ชื่อไดอารีของสายลมด้วยนะ


อ่านนิยายจบไปสี่เล่มวีคเอนด์ที่เพิ่งผ่านมา ชอบมากเลยอยู่เล่มนึง Daniel isn't talking สปอยล์นะจ๊ะ ตัวเอกในเรื่องเป็นผู้หญิงอเมริกันที่มาเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ แต่งงานกับผู้ชายอังกฤษ แล้วก็เลยอยู่ที่ลอนดอน ผู้ชายมีชาติมีตระกูล มีเงิน ผู้หญิงเป็นคนอเมริกันทั่วไป ไม่มีสาแหรกให้สืบไปได้เหมือนครอบครัวฝ่ายชาย ไม่เหมือนแฟนเก่าของผู้ชายซึ่งเป็นคุณหนูผู้ดี จบปริญญาเอกด้านการดนตรี ที่บ้านของผู้ชายรู้จักมาตั้งแต่เด็ก

เปิดเรื่องมานางเอกก็มีลูกสองคนแล้ว ลูกสาวสี่ห้าขวบ ลูกชายสามขวบ ลูกชายเป็นอะไรไม่ทราบ ไม่ยอมพูด นอนไม่เป็นเวลา ไม่ยอมกินอะไรนอกจากบิสกิตกับนม แล้วก็เค้ก คุ้กกี้ เล่นของเล่นอยู่ชิ้นเดียว ไม่ยอมให้เอาไปล้าง ได้ยินเสียงดังไม่ได้ จะตกใจร้องกรี๊ดๆ คุณแม่กลุ้มใจมากว่าลูกเป็นอะไร จากที่เคยสวยก็โทรม ผมร่วง ผอม

ลูกจะยอมนอนก็ต่อเมื่ออยู่ในรถหรือไม่ก็มีคนอุ้มอยู่เท่านั้น นางเอกเลยต้องขับรถตระเวนเมืองตอนเช้ามืดเป็นประจำ วันนึงขับผ่านร้านเบเกอรี อยากแวะเข้าไปนั่ง แต่ก็เป็นตอนเช้ามืด ร้านกำลังเตรียมงานอยู่ คุณเจ้าของร้านเห็นนางเอกอุ้มลูกอยู่ แล้วก็เลยเปิดประตูให้เข้าไปนั่งดูคนทำขนมปัง คนงานในร้านเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นคนอิตาลี นางเอกแวะมาร้านนี้บ่อยมากหลังจากนั้น

ฉากนึงที่เศร้าที่สุดในเรื่องก็คือ ตอนที่คนงานในร้านเริ่มคุ้นกับนางเอกแล้ว เริ่มแซวเริ่มจีบ เด็กอายุสิบหกคนนึงคุกเข่าลงขอนางเอกแต่งงาน นางเอกบอกว่าเธอแต่งงานแล้ว เด็กคนนั้นถามว่า But are you loved?

นางเอกกลุ้มใจเรื่องลูกมากจนต้องไปพบจิตแพทย์ หลังจากพาลูกตระเวนหาหมอในที่สุดก็รู้ว่าลูกชายเป็นออทิสติก ก็ตามปกติ ที่พ่อแม่จะต้องโทษตัวเองโทษฝ่ายตรงข้าม ว่าทำไมไม่รู้ก่อนหน้านี้ ก็ถ้าเธอรู้นานแล้วทำไมไม่ทำอะไรเร็วกว่านี้ ทำไมเธอบอกว่าลูกไม่เป็นอะไร โทษกันไปโทษกันมา ผู้ชายก็ออกจากบ้านไป ฉันอ่านถึงตรงนี้แล้วก็ อืม ก็ไม่ใช่ว่าผู้ชายดีรักลูกเหลือเกินไม่มีหรอกนะ แต่เคยได้ยินมาเยอะมากเลย ว่าพอถึงเวลาที่ครอบครัวต้องการให้ยืนหยัดเป็นหลักจริงๆล่ะก็ กลับออกจากบ้านไป พูดกันง่ายๆก็ทิ้งนั่นเอง

เด็กที่เป็นออทิสติกต้องใช้เงินเยอะมาก นอกจากค่าหมอค่านักบำบัดแล้ว มีคุณหมอบางคนแนะนำว่าอาหารบางอย่างไม่เหมาะกับเด็กออทิสติก กินนมวัวไม่ได้ ต้องเป็นนมแพะดิบ เนื้อต้องมาจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า ขนมต้องไม่มีน้ำตาล ไม่มีกลูเต็น แต่พ่อกลับให้เงินแม่ใช้น้อยลง

ที่เจ็บไม่น้อยก็คือพอครอบครัวสามีรู้เรื่องว่าหลานเป็นออทิสติก กลับไม่มีใครห่วงเธอห่วงหลาน พ่อแม่สามีห่วงแต่ลูกของตัวเอง ว่าจะทนได้ไหมที่มีลูกเป็นออทิสติก มีแต่น้องสามีที่ยังห่วงหลานอยู่

อีกฉากนึงที่เจ็บก็คือตอนนางเอกพาลูกชายไปหาหมอ ลูกชายเริ่มบำบัด เริ่มพูดได้แล้ว และบ่นว่าเจ็บขา พอเจอหมอ หมอถามว่ามาทำไม นางเอกตอบว่าลูกชายบ่นว่าเจ็บขา หมอบอกว่าไม่รู้หรือไงว่าคำพูดของเด็กที่เป็นออทิสติกน่ะไม่มีความหมายอะไร

หมอคนนี้นี่คงยึดแต่หลัก do no harm

นางเอกอยากให้สามีกลับมาอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยก็เห็นแก่ลูก ลูกสาวถามถึงพ่อตลอด แต่สามีบอกว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะมีอนาคตแบบนี้ แบบที่มีลูกเป็นออทิสติก

เป็นหนังสือที่อ่านแล้วเจ็บตั้งแต่หน้าสอง เป็นหนึ่งในหนังสือที่ชอบมาก แต่คงไม่ได้อ่านอีกด้วยความที่เจ็บเกินไป อ่านแล้วก็กลุ้มใจนิดๆว่าหลานที่เพิ่งเกิดจะเป็นอะไรไหม ก็เลยคิดได้ว่าเป็นหลานชายก็ช่างเถอะ ให้หลานแข็งแรงก็พอแล้ว

You could do better ตลกดี นางเอกติดทีวี พระเอกเป็นโปรดิวเซอร์ ชอบตรงที่นางเอกพูดว่าเดี๋ยวนี้คนเราเรียนรู้ความรู้สึกผ่านทีวี เรียนรู้ความรัก ความขัดแย้งในครอบครัวก็จากทีวี เรื่องจริงในชีวิตยังจริงสู้เรื่องในทีวีไม่ได้

Lilah เป็นนิยายที่ตัวละครมาจากไบเบิ้ล อันนี้ก็เจ็บเหมือนกัน นางเอกเป็นคนยิวสมัยสี่พันปีก่อน พี่ชายนางเอกเป็นผู้นำยิวกลับไปกอบกู้วิหารที่เยรูซาเลม นางเอกแอบแต่งงานกับผู้ชายนอกศาสนา แต่ก็ตามมาช่วยพี่ชาย ด้วยความพยายามกอบกู้ศาสนาตามกฏดั้งเดิม ผู้หญิงที่ไม่ใช่ยิวและลูกที่เกิดจากผู้หญิงพวกนั้นถูกขับไล่ออกจากเยรูซาเลม สมัยนั้นเป็นสมัยสงคราม ขบวนที่มีแต่ผู้หญิงกับเด็กก็เหมือนกับไปหาที่ตาย ถูกทหารต่างชาติข่มขืนบ้างฆ่าบ้าง อ่านแล้วชาๆ

The devil of Junior League เป็นเรื่องของสาวไฮโซในเท็กซัส ซึ่งสนุกสู้เรื่องอื่นแนวเดียวกันไม่ได้ จะbitchy ก็ไม่ bitchy พอ แฟชันในเรื่องก็เป็นแบบสร้อยไข่มุกกับคาร์ดิแกนและรองเท้าส้นเตี้ย พูดง่ายๆก็ไม่ผ่าน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Mega speed reader นะครับเนี่ย

ออทิสติกอัจฉริยะด้านการอ่านหนังสือเร็ว!!

อย่างนี้แสดงว่า ถ้าไม่ว่างมาก ก็อารมณ์ดีมากสินะครับ

แถมอ่านเสร็จไม่พอ ยังมีมารีวิวเผื่อแผ่กันอีกแน่ะ

ออทิสติกอัจฉริยะด้านการพิมพ์รีวิวหนังสือเร็ว!!




ว่าแต่ว่า จะอยากเป็น flawless ไปทำไมล่ะครับ


อัญมณีใสเนื้อบริสุทธิ์ อย่างมากก็ หักเหได้ เออ สวยดี แต่ดูสักพักก็เบื่อ

อัญมณีมีรอยขีดข่วน มีเศษผงเศษขี้ไดโนเสาร์ติดในเนื้อบ้างสิ น่าสนใจ เอามาส่องพลิกไปมา แสดงที่หักเหส่องกับรอยขีด ดูแล้วจินตนาการได้มากมาย (หรือไม่ก็นั่งเดาว่า ไอ้ที่ติดอยู่ข้างในนี่ ขี้ไดโนเสาร์พันธุ์อะไร)


...แต่ถ้ากะจะเอาไปขายนั่นก็อีกเรื่อง cry

#1 By PastelSalad on 2008-02-11 04:54

สุขสันต์วันเกิดครับ

surprised smile

#2 By PastelSalad on 2008-02-11 19:41