The Cloisters ที่นั่นข้าสำนึกว่าโลกนี้สิ้นหวัง
posted on 11 Mar 2008 04:30 by chocolatencashmere in NYC
เมื่อวันพฤหัสไป The Cloisters มา The Cloisters เป็นส่วนหนึ่งของ The Met มีไว้เพื่อศิลปะยุคกลางโดยเฉพาะ
The Cloisters อยู่ห่างจาก The Met พอสมควร แถมอยู่ uptown สุดๆ ขนาดคุณหนูน้องซึ่งปลื้ม The Met มากยังไม่เคยคิดอยากไป ฉันเลยเพิ่งได้ไปครั้งนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ ไปแล้วปลื้มมาก ขนาดว่าไว้วันไหนไปอีกครั้งตอนเช้าๆหน่อย เอาหนังสือไปนั่งอ่านด้วยคงจะดี
The Cloisters เป็นอาคารที่สร้างเลียนแบบ monastery สมัยกลาง มี Cloister คือสวนแบบเปิด มีระเบียงล้อมอยู่ตรงกลาง ส่วนอื่นๆของอารามสร้างอยู่รอบระเบียงนั้น เช่น โบสถ์ และก็ chapter house
The Cloisters เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นโดยใช้เงินของ Rockefeller หว่านลงไป เริ่มสร้างระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งกับครั้งที่สอง ศิลปะในโบสถ์นั้นแน่นอนว่าซื้อมา แต่ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ซื้อมากระทั่งเสาระเบียงของ Cloister และ ทั้งหมดที่ซื้อได้ของ chapter house และก็ chapel ด้วย The Cloisters อยู่ริมแม่น้ำ Hudson เพื่อทัศนียภาพที่งดงาม Rockefeller เลยซื้อที่อีกฝั่งของแม่น้ำ แล้วยกให้รัฐนิวเจอร์ซีย์ทำเป็นสวนสาธารณะ เวลามองออกไปจาก The Cloisters จะได้เห็นวิวที่สวยสมบูรณ์แบบ
ไหนๆก็ชื่อ The Cloisters แล้ว จะมี Cloister แห่งเดียวก็กระไรอยู่ ที่นี่มี Cloister สี่แห่ง สองแห่งที่ชั้นหนึ่งนี่ สงบซะจนอยากไปนั่งทั้งวันสักครั้ง คงเป็นเพราะ The Cloisters อยู่เกือบสุดขอบแมนฮัตตัน คนเลยน้อย ไปวันธรรมดายิ่งไม่ค่อยมีคน The Cloisters สร้างเลียนแบบอาราม แล้วฉันก็เคยอยู่โรงเรียนคาธอลิกมาสิบเอ็ดปี ชั่วๆดีๆยังไง ที่ฟังทั้งซิสเตอร์ทั้งคุณพ่อสอนมานานขนาดนั้นก็ยังเหลืออยู่ในหัวบ้าง ตอนเดินอยู่ในนั้นเลยนึกถึงเพลงสวดเกือบตลอด
ครั้นมาบัดนี้
จำได้แค่นี้ ช่างเป็นเพลงที่เข้ากับบรรยากาศดีจริงๆ
นึกถึงเพลงนี้ด้วย
ที่นั่นข้าสำนึกว่าโลกนี้สิ้นหวัง จนได้พบทางแห่งโกละโกธา
อยู่จนถึงเวลาปิด ตอนเดินๆอยู่ก็ได้ยินคนของพิพิธภัณฑ์พูดกันเรื่องเธอผู้หนึ่งอยู่เหมือนกัน แต่ฉันใส่หูฟังอยู่ ก็เลยไม่ได้สนใจ แล้วก็ไม่ได้นึกด้วย ว่าเธอที่ว่าน่ะคือฉัน
เข้าใจว่าคนมาเยี่ยมคงน้อย คุณพนักงานเลยเบื่อ ตอนเดินผ่านคนเฝ้าประตูขากลับเลยถูกเรียกไว้ชวนคุย ปรากฏว่าเป็นที่สงสัยกันพอควรว่าฉันมาจากไหน ที่วิทยุคุยกันนี่ไม่ใช่อะไร เดากันว่าฉันมาจากฟิลิปปินส์ จีน หรือญี่ปุ่น ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจ ที่นี่ก็แมนฮัตตัน คนเอเชียเดินแทบจะชนกันตาย พิพิธภัณฑ์นี้คนมาน้อยขนาดจะอยากรู้ว่าฉันมาจากไหนขนาดนี้เลยหรือ
มาจากเมืองไทยค่ะ รู้จักเมืองไทยไหมคะ ปรากฏว่าหนึ่งในคนเฝ้าประตูไปเมืองไทยเกือบทุกปี เลยถามต่อว่าฉันมาจากที่ไหนของเมืองไทย กรุงเทพค่ะ แล้วที่ไหนของกรุงเทพล่ะ
ช่างอัธยาศัยดีกันเหลือเกิน บังเอิญว่ารถเมล์ที่จะนั่งกลับบ้านป้ายอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์พอดี คุณคนเฝ้าประตูเลยบอกว่าถ้าเห็นรถเมล์มาแล้วจะบอก จะได้ไม่ต้องออกไปรอหนาวๆ ยืนคุยกันอยู่ตรงนี้ก่อน
ถ้าเป็นปกติก็คงไม่คิดอะไร แต่ฉันเพิ่งอ่าน The Asian Mystique จบ หนังสือเล่มที่ใจความหลักคือ ฝรั่งเห็นผู้หญิงเอเขียเป็นได้แค่สองอย่าง คือถ้าไม่ใช่เกอิชา ก็ dragon lady เลยสงสัยอยู่นิดๆ ว่านี่เป็นหนึ่งในพวกที่มีอาการ Asian Fetish กันหรือเปล่า แต่ก็นั่นแหละ ก็คุยกันจนรถเมล์มา

ชอบภาพที่ระเบียงกับภาพสุดท้ายจัง
#1 By ::Materia Hunter::^^ on 2008-03-11 10:49