เคยคิดว่าถ้าจะมีคนรัก ก็อยากจะถูกรักเพราะว่าฉันเป็นฉัน

ขยายความอีกนิด ก็คือไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงหวาน เปี่ยมเมตตากรุณา มีขันติโสรัจจะ สงบปากสงบคำ เป็นช้างเท้าหลัง แถมทำตัวอ่อนใสไร้เดียงสา ให้ใครได้ทั้งนั้น

ถ้าจะรักก็รักทั้งอย่างนี้ ไม่ใช่ว่ารักนะแต่ช่วยใจเย็นกว่านี้หน่อยได้ไหม หรือช่วยเอาแต่ใจให้น้อยลงหน่อยได้หรือเปล่า

ก็ฉันที่ใจเย็นขึ้นหรือเอาแต่ใจน้อยลงจะยังเป็นฉันหรือเปล่า ฉันไม่ใช่ตุ๊กตา custom made นะ จะได้เลือกได้จะเอาอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นของที่มีชิ้นเดียวในโลก ชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ถ้าชอบแค่ครึ่งเดียวอีกครึ่งขอเปลี่ยนได้ไหมนี่ไม่ต้องมาพูดกัน

วันนี้อ่าน Atlas Shrugged (เล่มนี้แนะนำสุดๆ) ได้เกือบจบแล้ว แต่หยุดคิดตรงที่ยกมาข้างล่าง เลยคงไม่จบวันนี้

เป็นบทสนทนาระหว่างพี่ชายนางเอกกับภรรยา พี่ชายนางเอกเป็นผู้ชายไร้ความสามารถ แต่เกิดมารวย และอาจจะอิจฉาคนอื่นที่เก่งกว่า

ภรรยาแต่งงานด้วยเพราะนึกว่าสามีตัวเองเป็นนักธุรกิจที่มีความสามารถ ไม่ใช่แค่มีเงิน ภรรยาเป็นคนขายในร้านชำมาก่อน ไม่มีเงิน แต่มีอุดมการณ์

ในที่สุดภรรยาก็รู้ว่าสามีตัวเองไม่ได้มีความสามารถอะไรนอกจากเส้นสายเท่านั้น สามีถามว่าภรรยาไม่รักแล้วหรือ ภรรยาตอบว่าเคยรักความสามารถของคุณ แต่เมื่อรู้ว่าคุณไม่มีความสามารถแล้ว จะให้รักได้อย่างไร

สามีตอบว่าจะรักกันที่ความดีของคนได้อย่างไร จะหาความมั่นคงได้ที่ไหน ถ้าทำอย่างนั้นก็การแข่งขันสูงน่ะสิ เหมือนตลาดในป่าดงดิบ คนที่ดีกว่าพร้อมจะมาแย่งไปจากเธอตลอดเวลา แต่ฉัน ฉันเต็มใจจะรักเธอทั้งๆที่เธอไม่ดีพร้อม รักข้อเสียและความอ่อนแอของเธอ ความโง่ ความกระด้าง ความหยาบคาย และนั่นแหละคือความมั่นคง เธอไม่ต้องกลัวอะไร ไม่ต้องซ่อนอะไร เธอสามารถเป็นตัวเอง ตัวตนจริงๆที่เต็มไปด้วยบาป หยาบช้า และน่าเกลียด ตัวตนของใครก็เหมือนท่อน้ำโสโครกทั้งนั้น แต่เธอก็มีความรักของฉัน รักที่ไม่เรียกร้องจากเธอ

"...what security is there in being loved for one's virtues? The competition's wide open, like a jungle marketplace, a better one will always come along to beat you! But I-I was willing to love you for your flaws, for your faults and weaknesses, for your ignorance, your crudeness, your vulgarity--and that's safe, you'd have nothing to fear, nothing to hide, you could be yourself, your real, sinful, stinking, ugly self--everybody's self is a gutter--but you could hold my love, with nothing demanded of you!"

คุณต้องการให้ฉันรับความรักของคุณเหมือนรับทานอย่างนั้นหรือ

"You wanted me...to accept your love...as alms?"

เธอคิดว่าเธอจะเหมาะสมคู่ควรกับรักของฉันได้หรือไง

"Did you imagine that you could earn it?...."

ด่าไม่ออกกันเลยทีเดียว ถ้ามีใครกล้าพูดกับฉันแบบนี้ฉันจะไม่ให้คนพูดตายดีแน่นอน (เกลียดตัวละครมากไปหน่อย ปฏิกิริยาเลยอาจจะแรงไปนิด)

ความเห็นส่วนตัว "รักฉันทั้งที่ฉันเลว" ไม่ได้แปลว่าให้รักความเลวของฉัน แต่แปลว่าช่วยมองเห็นข้อดีที่ซ่อนอยู่ใต้ความเลวของฉันที ถ้าฉันที่ว่าเป็นเจ้าพ่อเลือดเย็น ก็อาจจะขอให้ช่วยรักความเด็ดเดี่ยวของฉันหน่อย  หรือถ้าฉันเป็นหญิงร้อยผัว ก็ช่วยรักเสน่ห์ที่ทำให้ฉันมีสามีได้เป็นร้อยก็แล้วกัน

ไม่ได้แปลว่าถึงเธอจะมองไม่เห็นอะไรดีในตัวฉันเลย ก็ช่วยรักฉันหน่อยเถอะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Love me in the dark
and love my empty heart
Be faithful to all my
faults and lies
Buy my broken parts

Take my murderous hands
and hold them as we dance
Be grateful to the way I hurt you
Tell me that you can

If I complete this darkness
how much can you stand?
If I do you harm, I'm heartless
am I still your man?

Love me in the dark
and love my empty heart
I don't know who I can be
more honest to
You're my first and last

Can you stay close to me now?
Don't let go

The Typhoon Band's Debut Album "Naming of a Storm"

อ่านแล้วสงสารพี่ชายนางเอกมากกว่านะ
เพราะคนที่เขารักไม่เคยรักตัวตนเขาเลย
ถ้ามีสถานการณ์แบบนี้ ต้องดูว่า มีฝ่ายใดฝ่ายนึงหลอกหรือถูกหลอกรึเปล่า
ประมาณว่าเฟคให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นคนแบบนึง ทำให้เขาหลงรักแล้วมารู้ทีหลังว่าไม่ใช่
หรือว่าทึกทัก เข้าใจไปเอง ว่าเขาเป็นคนแบบโน้นแบบนี้ แล้วก็ไปหลงรักภาพลวงของเขาที่เราปั้นฝันขึ้นมาเอง โดยที่เค้าไม่ได้รู้เรื่องด้วย Hot!

#1 By Sunday Syndrome on 2008-05-01 23:24

โอ้ ลึกซึ้งๆ
ชอบอ่านเเนวนี้เหมือนกันนะ
พวกที่ให้ข้อคิด อ่านเเล้วต้องคิดตามอะไรเบบนี้อ่ะ
เรื่องนี้น่าอ่านดีจังนะคะเนี่ย
ขอบคุณที่เอาเรื่องๆดีๆมาให้อ่านนะคะ^^
เมื่อคืนนี้ก็คิดถึงเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ
ส่วนใหญ่เรามักจะ expect จากคนที่เรารักมากกว่าคนอื่น แล้ว expectation นั้นก็ทำให้เราอภัยให้เค้าได้ยากขึ้นด้วย ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันควรจะกลับกัน...

#3 By มุก on 2008-05-02 09:20

แต่สำหรับเรานะ
เวลาที่จะรักข้อดีมันมีให้เห็นนิดเดียวนั่นแหละ
แต่พอรักข้อดีเล็กๆนั่นไปแล้ว
สิ่งที่เลว หรือแย่ที่เหลืออยู่
เราก็รักมันไปด้วย
แล้วก็จะเกิดความลำเอียงขึ้นมา
พอทำผิดจะไม่ได้บอกว่าถูกแต่จะบอกว่า ให้อภัยได้
จะผิดมากผิดน้อย ก็จะเหลือสุดท้าย
เป็นการให้อภัย และจะพยายามเข้าใจว่าสิ่งที่
เขาทำนั้นมีเหตุผลที่ดี ถึงมันจะดีกับใครก็แล้วแต่
แม้จะดีแต่กับตัวเขาเอง ก็ไม่เป็นไรค่ะsad smile

#4 By 0uo on 2008-05-02 16:59

อ่านแล้วชอบจังคะ ขอเป็นแฟนติดตามอ่านข้อเขียนแล้วกันนะคะ พบคุณเพราะค้นหาคำว่า Takarazuka และหยิบยืมสิ่งที่คุณโพสไปเก็บไว้ใน blog ของเรา ต้องขออภัยด้วยที่นำไปโดยภาระการณ์ ชอบคะชอบศิลปะการแสดงที่คุณเอามาเขียน ได้มีความรู้เพิ่มขึ้น ยินดีที่ได้รู้จักคะ ว่างๆแวะไปคุยกันที่blogนู้นบ้างนะคะ เพิ่งเริ่มทำblog กำลังตามหาความฝันวัยเด็กอยู่คะ ....
http://mytakarazuka.blogspot.com/

#5 By thaifan (124.120.48.127) on 2008-05-03 14:03