บทเรียนจากเกอิชา Madame Sadayakko

posted on 03 Jun 2008 13:22 by chocolatencashmere  in Books

วันก่อนนั่งบ่นกับคุณชาย ว่าไม่อยากทำงาน อยากเปิดร้านน้ำชา

ด้วยจินตนาการบรรเจิด คุณชายถามว่าร้านน้ำชาแบบเกียวโตน่ะหรือ ใช่ teahouse แบบที่มีเกอิชาหรือเปล่า

แหม ถามมาได้ แล้วฉันจะไปหาเกอิชามาจากไหน (ถ้าเป็นเองได้ก็อีกเรื่องนึง) ฉันหมายถึงร้านน้ำชาแบบอังกฤษย่ะ แบบที่มีไฮทีกับสโคนน่ะ

(จะว่าไปคุณเพื่อนรักก็บอกว่าอยากเปิดคลับแล้วให้คุณชายเป็นผู้จัดการอยู่เหมือนกัน)

เลยนึกได้ว่าอ่านหนังสือเกี่ยวกับเกอิชาไปตั้งหลายเล่มเมื่อสองเดือนก่อน มีสองเล่มที่  Leslie Downer  เขียน ท่าทางเธอจะเป็นหนึ่งในฝรั่งที่รู้ลึกรู้จริงเรื่องเกอิชา(เท่าที่ฝรั่งจะรู้ได้)

เล่มนึงเขียนถึงซาดายักโกะ ชื่อเรื่อง Madame Sadayakko: The Geisha Who Bewitched the West เขียนถึงเกอิชาที่เคยมีตัวตนอยู่จริง เป็นเกอิชาคนแรกที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปให้ฝรั่งได้เห็นตัวเป็นๆ ช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ดังขนาดโมเนต์วาดรูปเธอ โมเนต์คนที่วาดรูปสระบัวนั่นแหละค่ะ เจ้าชายประเทศไหนได้พบมาหมด ดังจนกิโมโนกลายเป็นแฟชันแห่งปีในยุโรปเลยทีเดียว สุภาพสตรีไฮโซแต่งตัวแบบญี่ปุ่นกันทั้งเมือง เท่าที่ดูจากรูปประกอบในเล่ม เธอก็งามหยดย้อย สมกับเป็นเกอิชาอันดับหนึ่ง

แน่นอนว่าเป็นเกอิชาที่ดังขนาดนี้ ผู้อุปถัมภ์(หรือดันนะ)ของเธอต้องไม่ธรรมดา ก็ต้องนายกสิคะ จะน้อยกว่านี้ได้อย่างไร คนเขียนเรื่องนี้มีโอกาสได้คุยกับลูกหลานของเธอ ยังได้เห็นกึ่งๆหลักฐานการซื้อคืนแรกของซาดายักโกะโดยท่านเคานต์อิโต นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยุคนั้น (ตั้งแต่สมัยเมจิถึงสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นมีระบบศักดินาแบบฝรั่ง) นัยว่าเก็บรักษาไว้ด้วยความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เป็นของล้ำค่าของตระกูลเลยทีเดียว

ท่านเคานต์คนนี้ไม่ธรรมดา เป็นขุนนางบ้านนอกมาก่อน มาได้ดีเอาตอนปฏิรูปการปกครอง เลยทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน ภรรยาหลวงออกหน้าออกตาก็เคยเป็นเกอิชา ซึ่งในสมัยนั้นก่อนปฏิรูปการปกครองนั้นไม่มีผู้ดีที่ไหนทำกัน เป็นเรื่องอับอายขายหน้าใหญ่หลวง

แต่ตอนนี้จะหาใครใหญ่กว่าท่านเคานต์เป็นไม่มี จะทำอะไรเลยไม่มีใครกล้าหือ ญี่ปุ่นเลยมีสตรีหมายเลขหนึ่งเป็นอดีตเกอิชา

จะว่าไปก็น่าเห็นใจ สมัยท่านเคานต์ยังไม่ได้ดี ว่ากันว่าเกอิชาคนนี้นี่แหละที่คอยสนับสนุนทุกอย่าง ได้ดีแล้วก็ต้องตอบแทนกันหน่อย

ด้วยความที่ขนาดสตรีหมายเลขหนึ่งก็เคยเป็นเกอิชา ในสมัยของซาดายักโกะ อาชีพนี้เลยเป็นที่ยอมรับในสังคมชั้นสูงมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะได้รับการยอมรับเต็มร้อย คนรักของซาดายักโกะ ผู้ดีบ้านนอกที่มาเรียนหนังสือในเมืองหลวงตระหนักดีว่าไม่สามารถแต่งงานกับซาดายักโกะได้

ผู้ชายที่จะแต่งงานกับเกอิชาออกหน้าออกตาได้มีแต่พวกผู้ใหญ่ในแผ่นดินเท่านั้น และจะทำอย่างนั้นได้ ก็ต่อเมื่อเป็นใหญ่เป็นโตซะจนไม่ต้องสนใจอีกแล้วว่าใครจะว่ายังไง

ด้วยเหตุนี้ อิวาซากิ โมโมสึเกะ คนรักของซาดายักโกะ เลยไปแต่งงานกับลูกสาวผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเคโอแทน แต่งเข้าตระกูลซะด้วย แต่งแล้วเปลี่ยนนามสกุลตามภรรยา

แต่งงานครั้งนี้คุณพ่อตาจัดให้ นัยว่าเจ้าสาวเป็นลูกรัก คุณพ่อเลยพยายามหาผู้ชายดีมีอนาคตที่จะยอมแต่งเข้าบ้าน ลูกสาวจะได้ไม่ต้องพรากจากอกพ่อ

แต่งเข้าบ้านเป็นลูกเขยแล้ว คุณพ่อตาก็เลยส่งไปเรียนต่อเมืองนอก จะได้สมกับเป็นสามีของลูกสาวสุดที่รัก ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าคุณพ่อตารู้ ว่าพอเข้าวัยกลางคน คุณลูกเขยก็กลับไปมีสัมพันธ์รักกับซาดายักโกะ เกอิชานางเอกของเรื่องนี้ คุณพ่อตาจะอกแตกตายด้วยความสงสารลูกสาวหรือเปล่า หรือจะไม่คิดอะไร เพราะจะรักกันแค่ไหนซาดายักโกะก็ไม่ใช่เมียหลวง

ญี่ปุ่นสมัยนั้น แต่งงานทั้งที่ไม่รักไม่ใช่เรื่องแปลก ตรงกันข้าม ถ้าแต่งงานเพื่อรักเพียงรักเพราะรักล่ะก็ จะถูกผู้คนประนามหยามเหยียด เป็นความประพฤติอย่างที่มีแต่พวกดาราหรือเกอิชาเท่านั้นจะกล้าทำ

อย่าว่าแต่ผู้ดีบ้านนอกอย่างคนรักของซาดายักโกะจะแต่งงานเพราะรักไม่ได้เลย ขนาดซาดายักโกะที่เป็นเกอิชาแท้ๆ ตอนแต่งงานยังต้องออกตัว ว่าไม่ได้แต่งเพราะรักนะคะ แต่งเพราะความเหมาะสมค่ะ ด้วยความเป็นเกอิชาอันดับหนึ่ง มีนายกเป็นผู้อุปถัมภ์ ซาดายักโกะเลยเป็นคุณหนูผู้ดีเท่าที่เกอิชาจะเป็นได้ ฉะนั้นจะแต่งงานเพราะรักให้คนลือไม่ได้เป็นอันขาด ซาดายักโกะแต่งงานกับนักแสดงคนหนึ่ง และตามสามีไปเปิดการแสดงที่ยุโรป

ในเล่มกล่าวถึงเจ้าของบ้านเกอิชาที่ซาดายักโกะอยู่ด้วย ว่าสอนบทเรียนสำคัญของเกอิชาให้ซาดายักโกะ

พออ่านดูแล้วบทเรียนที่ว่าก็ไม่น่าจะใช้ได้แต่เฉพาะเกอิชาเท่านั้น อย่าหาว่าฉันไม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิสตรีเลย แต่หนังสือ Chick Lit สมัยนี้บางเล่มก็สอนแบบเดียวกันนี่แหละ

อย่ายอมง่ายๆ อย่าขายด้วยราคาถูก

ซื่อสัตย์ต่อผู้อุปถัมภ์

ทำตัวบริสุทธิ์(แน่นอนไม่ได้หมายถึงเรื่องเซ็กส์) เข้าใจว่าหมายถึงทำตัวให้ดูสูงส่งยากเอื้อมถึง

จงแวดล้อมตัวเองด้วยความงามและความหรูหรา หลีกเลี่ยงผู้คนและสถานที่ที่ปราศจากสองสิ่งดังกล่าว

เมื่ออยู่กับลูกค้า จงฉลาดกว่าพวกเขาแต่อย่าปล่อยให้พวกเขารู้

ทำตัวโง่ เปลี่ยนใจง่าย

อย่าเถียง ไม่มีใครชอบเกอิชาที่ถกเถียงเรื่องที่ต้องใช้สติปัญญา

จงอย่าลืมว่านี่คือธุรกิจเป็นจริงเป็นจัง งานของเธอคือการให้ความบันเทิง นี่คือโลกของการละเล่น

"Geisha precepts: Never sell yourself cheap. Be true to your patron. Keep yourself pure. Always surround yourself with beauty and luxury and avoid people and places where there is neither. When entertaining customers, make sure you are smarter than them but never let them know. Always seem foolish and capricious. And never argue. No one likes a geisha who disputes or talks about intellectual things. Never forget that this is not a solemn business. Your job is to entertain. This is the world of play. "

อ่านแล้วก็ถึงบางอ้อ ว่าทำไมในเรื่อง เคท เธอทำได้ยังไงเนี่ย ผู้หญิงเก่งคนนึงถึงบอกว่าถ้ามีลูกสาวจะให้ไปเป็นเกอิชา

ก็ถ้าสอนกันดี ตรงจุด ไม่อ้อมค้อม ไม่เสแสร้งขนาดนี้ ก็คงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับผู้หญิงปัจจุบันในยุคที่เสแสร้งว่าหญิงชายเท่าเทียมกัน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Hot! อ่านแล้วให้ความรู้สึกอาชีพนี้เป็นศิลปะที่มีชีวิตจริงๆ

อ่านแล้วนึกถึง "นางโสเภณีของอินเดีย" กับ "นางคณิกาของจีน" ที่เคยมีกวีเปรียบว่ามีค่ามากกว่าทองสูงส่งกว่าเจ้าหญิง

แต่ทำไมมาสมัยนี้แล้วแง่ลบเหลือเกิน แปลว่าคนสมัยนี้ให้คุณค่าคนที่ "เยื่อพรหมจรรย์" มากกว่า "คุณค่าของมนุษย์คนนั้น" ชอบกล

เอ..หรือว่าหญิงงามเมืองสมัยนี้ไม่มีคุณค่าให้ยกย่อง wink

#1 By Lily Pixel on 2008-06-03 17:24

พยายามมองยังไงผมก็มองอาชีพนี้ให้เป็นอาชีพที่สูงส่งไม่ได้

ไม่ว่าจะงดงาม หรูหรา มีหลักการ มีจรรยาบรรณแค่ไหน ยังไงก็เป็นสิ่งภายนอกที่เอามาใช้เป็นเปลือกหุ้มการขายตัวอยู่ดี

เพราะถ้าหากมีความงดงาม มีเกียรติ ก็เอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประกอบกับอาชีพอื่นได้ ไม่มีความจำเป็นว่าต้องใช้กับการเป็นโสเภณี

โสเภณีหรูหราค่าขึ้นห้องทีละหลายล้าน ก็ยังคงเป็นโสเภณี

(ส่วนเรื่องเกอิชาเพื่อการ espionage หรือความจำเป็นของอาชีพโสเภณีในสังคมนั้น เป็นคนละประเด็น)

แนวคิดเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะตราหน้าคนที่เป็นโสเภณี แต่ "ตราการกระทำ" และการเลือกที่จะกระทำ เพราะฉะนั้น ถ้าเลิกอาชีพนี้เมื่อไหร่ ก็น่าจะหลุดพ้นตราบาปนี้ ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวกับพรหมจรรย์

ผมรังเกียจโสเภณีเหมือนรังเกียจคนที่นอนเฉยๆ ไม่ทำการทำงาน ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ

ดังนั้น คงไม่มีการดูถูกลูกตัวเองอะไรที่จะแรงกว่าให้ไปเป็นเกอิชาอีกแล้ว (ในความคิดผม)

ผมว่าตัวละครในเรื่องคงพูดเสียดสีมากกว่า หรือไม่ใช่?


Hot! Hot! Hot!

#2 By PastelSalad on 2008-06-03 19:19

Hot!

เรื่องราวน่าสนใจมากเลยค่ะ วันหลังจะกลับมาอ่านอีกนะคะ


#3 By Angeltetsu on 2008-06-03 21:24

Hot! Hot! น่าสนใจมากเลยค่ะ เคยดูแต่หนังbig smile big smile

#4 By (^_^)/nana on 2008-06-03 21:42

Hot! Hot! Hot!
/me ปรบมือแสดงความยินดีหลายๆครั้ง
...แหม เป็นเกอิชา แล้วก็ดูดีนะครับ
แต่ไม่ชอบที่ต้องทาหน้าขาวเลย แต่งแบบโทน นู้ด ไม่ได้เหรอquestion
อีกอย่าง ผู้ชายน่าจะเป็นเกอิชา ได้นะ คริ คริ คริ cry
จะตามมาอ่านอีกนะครับ
ขอ Add แล้วนะครับ

#5 By I Got It From My Mama! on 2008-06-03 22:03

Hot! Hot!
เคยดูแต่หนังเช่นเดียวกัน ละเอียดดีค่ะ

#6 By ギグ♥♥atanberry on 2008-06-03 22:39

อยากเห็นเกอิชาจัง เดี๋ยวนี้มีแต่งหญิงแต่งคอสเพลย์ sad smile

อ่านแล้วประทับใจจัง Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot!

เอาเรื่องนี้ไปทำหนัง

#8 By H i r o k i _ S a r u  on 2008-06-03 22:47

Hot! Hot! Hot!

เอาเรื่องนี้ไปทำหนังอาร์ทได้เลยน้ะเนี่ย

#9 By H i r o k i _ S a r u  on 2008-06-03 22:48

อ่านแล้ว

สนใจมากเลยค่ะHot!

#10 By Tang-May on 2008-06-03 23:18

น่าสนใจดีค่ะ.... แต่อ่านแล้วยิ่งไม่เข้าใจว่าเกอิชากับโอยรันนั้นแตกต่างกันอย่างไร เหอ ๆ ๆ

ชักอยากอ่านหนังสือที่คนญี่ปุ่นเขียนจริง ๆ สักเล่มว่าจะเหมือนกันรึเปล่า

สำหรับอินเดีย สมัยพุทธกาล นางนครโสเภณี (โสเภณีระดับท็อปของแคว้น) เป็นตำแหน่งที่พระราชาทรงตั้ง จะค่อนข้างมีเกียรติ แต่ว่า ก็ไม่เคยได้ทราบว่ามีเกียรติกว่าเจ้าหญิงหรือบุตรีคฤหบดี (ลูกสาวพ่อค้าใหญ่) อย่างใดค่ะ

#11 By lexManarae on 2008-06-03 23:20

big smile

#12 By (202.91.23.3) on 2008-06-04 06:32

Hot!

ตรงเชคลิสนี่เจ๋งจริงๆค่ะ
ลงท้ายได้เจ็บดี

เรื่องของซาดายักโกะ ก็สนุก
ผู้อุปถัมป์เป็นถึงนายกเชียว


ดูภาพแล้วคิดถึงคุณโคยูกิที่เป็นนักแสดงหน่อยๆ
หน้าตาเธอดูสวยแบบย้อนยุคๆ

#13 By mikan on 2008-06-04 06:46

เพื่อน ๆ เรามีเรื่องน่าตื่นเต้นจะมาบอก พี่สาวเราไปเจอสถาบันลดน้ำหนักทางเน็ตมา เจอคนลดน้ำหนักได้เยอะแยะเลย ได้รู้ว่า ไม่ใช่ยา แถมผ่านอย. ตั้ง 65 ประเทศทั่วโลกแน่ะ ทั้งยังมีรับประกันคืนเงินอีก พี่เราเลยตัดสินใจเข้าโปรแกรม เดือนแรกลดได้ 5 กิโลแล้ว แถมสุขภาพก็ดีขึ้นมาก ใครอยากรู้ข้อมูล ลองเข้าไปดูนะที่ h e a l t h y.321.cn

#14 By nan (124.157.176.55) on 2008-06-04 12:18

เพื่อน ๆ เรามีเรื่องน่าตื่นเต้นจะมาบอก พี่สาวเราไปเจอสถาบันลดน้ำหนักทางเน็ตมา เจอคนลดน้ำหนักได้เยอะแยะเลย ได้รู้ว่า ไม่ใช่ยา แถมผ่านอย. ตั้ง 65 ประเทศทั่วโลกแน่ะ ทั้งยังมีรับประกันคืนเงินอีก พี่เราเลยตัดสินใจเข้าโปรแกรม เดือนแรกลดได้ 5 กิโลแล้ว แถมสุขภาพก็ดีขึ้นมาก ใครอยากรู้ข้อมูล ลองเข้าไปดูนะที่ www.healthy.true.ws

#15 By nan (125.24.132.89) on 2008-06-05 11:26