วันศุกร์ที่ผ่านมาเอ๋อสุดๆ อุตส่าห์รีบออกจากบ้านให้ทันโยคะรอบสิบโมงเช้า ไปถึงห้องแต่งตัวแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้เอาชุดเล่นโยคะมา จะไปหาอาจารย์ก็เกรงใจ อาจารย์ไม่ใช่เพื่อนเล่น โทรหาคุณชายก็ไม่ยอมรับสาย จะไปหาคุณหนูน้อง เธอก็ใกล้สอบอยู่

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เลยว่าจะไปดูหนัง ไหนๆก็ขุดตัวเองออกมาจากบ้านได้แล้ว จะกลับบ้านเลยก็เสียดายพลังงาน

เดินไปถึงพารากอน คุณชายส่งข้อความมาว่าอีกสักครู่จะโทรมา ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่านี่เรามีภารกิจระดับชาติกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไหนไหนก็ไหนไหน รอคุณชายโทรมาก่อนก็ได้ เผื่อมีเพื่อนดูหนัง

เลยไปรอที่ร้านหนังสือ ว่าจะไปซื้อ The Power of Now เพราะกำลังอ่าน A New Earth อยู่ ชอบมาก เลยอยากได้เล่มอื่นของคนเขียนคนเดียวกัน

เดินไปเดินมาเจอเรื่อง Sundays at Tiffany's ของ James Patterson คนเดียวกับที่ปกติเขียนเรื่องฆาตกรรมสืบสวนสอบสวน แต่บางครั้งก็เขียนนิยายคล้ายๆ Nicholas Sparks คนที่เขียน The Notebook แต่เวอร์ชันนิวยอร์กขึ้นมาหน่อย เคยอ่านเรื่อง Suzanne's Diary for Nicholas โดย James Patterson เวอร์ชันไม่รุนแรงเมื่อหลายปีก่อนแล้วชอบมาก พอเจอก็เลยตั้งใจจะซื้อ

แต่คุณชายก็ไม่โทรมาสักที เลยตั้งใจนั่งอ่านที่ร้านไปก่อน เผื่อไม่สนุกจะได้ไม่ต้องซื้อ

สนุกมาก สนุกกว่าหลายๆเล่มที่จ่ายเงินซื้อมา แต่ก็ไม่มีอะไรทำ เลยกะจะนั่งอ่านไปจนกว่าคุณชายจะโทรมา

แม้ว่า Suzanne's Diary for Nicholas จะสนุกกว่า คงเป็นเพราะเรื่องนั้นเศร้าด้วย น้ำตาไหลพรากพราก

เรื่องนี้สลับมุมมองกันระหว่างพระเอกกับนางเอก แปลกเหมือนกันที่มุมมองผู้หญิงสมจริงมาก อย่างเช่นนางเอกใช้สบู่ล้างหน้ายี่ห้อเดียวกับแจกเกอลีน เคนเนดี้ เพราะคุณแม่บอกว่า ถ้ามันดีพอสำหรับแจกเกอลีน เคนเนดี้ มันก็ย่อมดีพอสำหรับลูกด้วยเช่นกัน

ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกของคนเขียน ที่ตอนสี่ขวบบอกพ่อว่า พ่อไปทำงานต่างประเทศก็ไม่คิดถึง because love means we're never apart

อ่านแล้วอึ้ง อะไรเด็กสี่ขวบจะพูดจาน่ารักขนาดนี้

จากนี้ไปเป็นเรื่องย่อ

เรื่องเปิดมาตอนพระเอกวิ่งไปโรงพยาบาลเพื่อดูใจนางเอก

ตัดฉับกลับไปในอดีต

พระเอกเป็นเพื่อนในจินตนาการของนางเอก จากกันตอนเก้าขวบ ตามกฏของเพื่อนในจินตนาการ (imaginary friend)

ความจริงแล้วนางเอกควรจะจำพระเอกไม่ได้เลยหลังจากกันแล้ว แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบได้ นางเอกจำได้ทั้งหมด

นางเอกเป็นลูกคนเดียว คุณแม่เป็นโปรดิวเซอร์ละครบรอดเวย์ เป็นผู้หญิงสวยมาก หย่ากับคุณพ่อนางเอกไปตั้งแต่นางเอกยังสามขวบ คุณแม่เป็นผู้หญิงเย็นชาออกแนว The Devil Wears Prada เวลาที่จะอยู่ด้วยกันกับลูกสาวสองคนมีแค่บ่ายวันอาทิตย์ หลังพาลูกสาวไปกินขนมนั่งรอแม่คุยกับเพื่อนที่โรงแรม St Regis ตอนกลางวัน ก็จะเดินไปดูเพชรที่ทิฟฟานีทุกอาทิตย์ คุณแม่ชอบเพชรมาก สะสมเพชร นางเอกเลยรู้ลึกรู้จริงเรื่องเพชรแบบต่างๆตั้งแต่เจ็ดขวบ

นางเอกเป็นเด็กอ้วน ไม่มีแววสวย ชอบกินของหวาน ทุกครั้งที่ไปนั่งรอแม่ที่ Astor Court ใน St Regis จะกินซันเดย์กาแฟราดฮอทฟัดจ์ แล้วก็จะสั่งเมลอนเชอร์เบทมาให้พระเอกด้วย คนอื่นมองไม่เห็นเพื่อนในจินตนาการ คุณแม่เลยนึกว่าลูกสาวอ้วนอยู่แล้วยังกินของหวานสองที่อีก

หลังต้องแยกกับพระเอกในวันเกิดอายุเก้าขวบ นางเอกก็เรียนจบมาทำงานกับแม่ ส่วนพระเอกก็ไปเป็นเพื่อนในจินตนาการให้เด็กๆอีกหลายคน จนวันหนึ่ง พระเอกกลับมานิวยอร์กอีกครั้ง รอเด็กคนต่อไปที่จะได้รับมอบหมายให้ไปเป็นเพื่อน

แล้วก็เจอนางเอก ที่สำคัญกว่านั้น ได้รู้ว่านางเอกยังจำตัวเองได้อยู่ ไปปรึกษาเพื่อนที่มีอาชีพเดียวกันก็ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดขึ้นได้ยังไง

ตอนนี้นางเอกมีแฟนแล้ว เป็นหนุ่มหล่อพระเอกละครบรอดเวย์เรื่องที่นางเอกเป็นคนโปรดิวซ์ เป็นเรื่องของเด็กเก้าขวบกับเพื่อนในจินตนาการ ก็คือเรื่องของนางเอกกับพระเอกนั่นเอง

นางเอกกำลังจะทำเรื่องนี้ให้เป็นภาพยนตร์ ผู้ชายคนนี้เลยปักใจว่าตัวเองจะต้องได้เป็นพระเอกแน่นอน ก็แหม ทั้งนั่งคุยนอนคุยขนาดนี้

แต่นางเอกคิดว่าพระเอกคนนี้ยังไม่เหมาะสม พอแฟนรู้เข้าก็เลยโวยวาย ที่ร้ายที่สุดก็คือขอนางเอกแต่งงาน โดยบอกว่าแลกแหวนแต่งงานกับสัญญาพระเอกหนังแล้วกันนะ

อ่านแล้วก็สงสัยเหมือนกัน ว่าผู้ชายเลวและโง่เช่นนี้มีด้วยหรือ แต่ก็เอาเถอะ หลังเหตุการณ์นี้ นางเอกไปซื้อแหวนให้ตัวเองที่ทิฟฟานี แล้วเพื่อระลึกความหลังให้ครบสูตร เลยไป Astor Court กินขนม

เพราะเราเกิดมาคู่กัน นางเอกเจอพระเอกที่ Astor Court รู้ตัวว่านี่ต่างหากแหละ ผู้ชายที่คู่ควร

พระเอกนางเอกคบกัน อ่อนหวานอบอุ่นโรแมนติกราวความฝัน

 

จากนี้สปอยล์แล้วนะคะ

 

พระเอกไม่เข้าใจว่าทำไมยังไม่มีงานใหม่ให้ไปเป็นเพื่อนเด็กคนไหนซักที คิดไปคิดมาก็นึกไปว่า ที่จริงงานตอนนี้คือต้องมาเป็นเพื่อนนางเอกก่อนตายนี่เอง เพราะหลังจากได้ช่วยให้นางเอกผ่านพ้นวัยเด็กมาได้แล้ว ตอนนี้ก็คงถึงคราวช่วยให้นางเอกผ่านช่วงสุดท้ายของชีวิตไปด้วยดี ช่วงเดียวกันนี้เอง คุณแม่นางเอกบอกนางเอกว่าที่บ้านมีประวัติหัวใจล้มเหลว

พระเอกเลยชวนนางเอกไปเที่ยวทะเล นางเอกจะได้มีช่วงสุดท้ายของชีวิตที่มีความสุขที่สุด ตลกดีตอนที่นางเอกคิดว่าจะมีอะไรกับพระเอกได้ไหม เพราะไม่แน่ใจว่าพระเอกเป็นเทวดาหรือเปล่า กลัวจะเป็นบาปหนัก

หลังมีอะไรกันเรียบร้อย พระเอกนึกขึ้นมาได้ ว่าถ้าตัวเองถูกส่งมาอยู่เป็นเพื่อนนางเอกตอนตาย อย่างนั้นถ้าพระเอกไม่อยู่ นางเอกก็จะไม่ตาย อย่างนั้นหรือเปล่า พระเอกเลยแอบกลับมานิวยอร์ก

กลับมาแล้ว อยู่ดีๆพระเอกก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดให้ไปโรงพยาบาลนิวยอร์ก พระเอกวิ่งสุดชีวิต นึกว่าจะไปไม่ทันดูใจนางเอก

เอาเข้าจริงไม่ใช่นางเอก แม่นางเอกต่างหากที่เพิ่งหัวใจวายมา คุณแม่เปรี้ยวจนเวลาสุดท้าย หลังบอกลูกสาวว่า You're the love of my life แล้วก็สั่งเสียต่อว่า อย่าฝังแม่ในชุดดำนะลูก ให้ฝังในชุดผ้ายกดอกของกัลลิอาโน แล้วลูกก็อย่าใส่ชุดดำมางานศพแม่นะ เพราะลูกใส่แล้วดูตันๆช่วงบน

งานศพคุณแม่ผ่านไปด้วยดี ตอนจะกลับบ้าน พระเอกเจ็บหน้าอกล้มลง ส่งโรงพยาบาลผ่าตัดหัวใจ

นึกว่าเทวดาจะกลับสวรรค์ซะแล้ว กลายเป็นว่าพระเอกกลายเป็นคนแล้วต่างหาก เลยต้องมีเจ็บป่วยกันบ้าง

จบแฮปปี้เอนดิ้งสุดๆ พระเอกแสดงเป็นพระเอกในหนังที่นางเอกสร้าง มีลูกด้วยกันสองคน

สุดท้ายอ่านจบทั้งเล่มที่ร้านนั่นแหละ กำลังคิดอยู่ว่าควรจะซื้อมาดีไหม ก็เป็นเรื่องที่ดีนะ เผื่อมีใครอยากอ่าน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านจนจบในร้าน เลยเหรอครับ sad smile
ใช้เวลานานเท่าไหร่ครับเนี่ยะ confused smile
เรื่องนี้น่าอ่านดีนะครับ เด๋วไปเยี่ยมๆมองๆ ในร้านหนังสือสักหน่อยละ
ขอบคุณนะครับ ที่ หาหนังสือ น่าอ่านๆ แบบนี้มาเผื่อแผ่confused smile

#1 By I Got It From My Mama! on 2008-06-07 20:11

ดีครับ สรุปทั้งเล่มให้อ่านเลย ไม่ต้องไปเสียตังค์ซื้อ ฮ่า (จริงๆ คือเสียเวลาแอบอ่านฟรี เพราะหนังสือนิยายไม่เคยได้กินเงินผม)

สงสัยนิดนึงครับ พระเอกเป็นเพื่อนในจินตนาการ แล้วโตได้หรือครับ แล้วงี้เวลาไปเป็นเพื่อนให้เด็กคนใหม่ มันไม่ดูเหมือนพวก pedophile ล่ะหรือ ตัวโต 180 cm แต่ไปนั่งกินซันเดย์กับเด็กเก้าขวบ อืม.. หรือว่าเนื่องจากเป็นเพื่อนในจินตนาการ เลยจะปรากฏตัวในรูปแบบตามที่คนนั้นๆ อยากเห็น อืม.. คนเขียนเขาก็คงมีวิธีอุด plot hole ของเขาล่ะนะ

ว่าแต่ ติดใจประโยคสุดท้ายครับ น่ารักจริงๆ อ่านจบแล้วยังอุตส่าห์จะซื้อไปเผื่อแผ่คนอื่นอีก cry

#2 By PastelSalad on 2008-06-07 23:46

ชอบเนื้อเรื่องที่ทำให้เพื่อนจินตนาการมีตัวตน
แม้ส่วนตัวจะไม่ถูกกับนิยายที่จบแบบ
แฮปปี้เอนดิ้ง...เสียเท่าไร


#3 By kitt on 2008-06-08 01:09

จะไปหามาอ่านให้ได้ค่ะ!

ว่าแต่เรื่องนี้มีแปลเป็นไทยมั้ยคะ=w="

#4 By Mayave...มายาวี on 2008-06-08 19:06

ลองอ่าน the top secret อ่ะยังครับ

#5 By ฟิวส์ on 2008-08-13 20:24